เมนูต่างๆภายในมูเก็นและการเซ็ทคอนฟิก

 

เอาล่ะ หลังจากตอนที่แล้ว เราได้ทำการปรับแต่งหน้าจอโปรแกรมของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมา เราก็มาดูในส่วนของเมนูต่างๆในเกมกันเลยดีกว่าครับ

แต่ก่อนอื่น ผมขออธิบาย ปุ่มคีย์ที่ใช้ในเกมนี้แบบย่อๆก่อนละกันนะครับ จะได้กดกันถูก (ฮา)

เริ่มต้นมา เกมจะกำหนดมาให้ P1 ใช้คีย์ ขึ้นลงซ้ายขวา บนคีย์บอร์ดตามปกติเลยครับ

และ ปุ่ม ABC ของเกมนี้ จะใช้คีย์ SAW ตามลำดับ

และปุ่ม XYZ ของเกมนี้ จะใช้คีย์ ZXQ ตามลำดับเช่นกัน

และปุ่ม Start ใช้คีย์ Y ครับ

และนอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีคีย์ Esc ที่เป็นคีย์สำหรับเอาไว้ใช้ออกจากเมนูที่เราอยู่กลับไปยังเมนูก่อนหน้านี้ หรืออกจากเกมที่เราเล่นอยู่ ย้อนกลับไปหน้าเมนูหลัก หรือใช้เพื่อออกจากโปรแกรมก็ได้ครับ

ปุ่มเหล่านี้ สามารถเข้าไปปรับได้ที่เมนู OPTIONS ในภายหลังได้ครับ ซึ่งผมจะเก็บไว้อธิบายทีหลังครับ

เอาล่ะ ทีนี้ต่อไป ผมจะขอพูดถึงเมนูต่างๆในมูเก็นที่มีให้เลือกในเวอร์ชั่นปัจจุบันอย่างที่เราเห็นกันในรูปข้างบนโน่นล่ะนะครับ

1) Arcadeโหมดอาเขต หรือก็คือโหมดตะลุยตามเนื้อเรื่อง เหมือนกับเกมต่อสู้ทั่วๆไป ในโหมดนี้ เราจะสามารถเลือกตัวละครได้แค่ตัวเดียว

2) VS MODEโหมดเวอร์ซัส หรือโหมดสู้กันเอง เหมือนกับเกมต่อสู้ทั่วๆไปเช่นกัน เป็นโหมดที่ให้เรากับเพื่อนเล่นแข่งกันเอง โดยเลือกตัวละครได้ฝ่ายละตัวครับ

3) TEAM ARCADEโหมดทีมอาเขต เหมือนกับโหมดอาเขต แต่ให้เราเลือกตัวละครได้มากกว่า1 ตัว

4) TEAM VSโหมดทีมเวอร์ซัส นี่ก็เหมือนกับโหมด VS แต่ให้เราและเพื่อนเลือกตัวละครได้มากกว่า 1 ตัว

5) TEAM CO-OPโหมดทีมโคออเปอเรท โหมดนี้จะคล้ายกับโหมดทีมอาเขต เพียงแต่ เราจะได้เล่นเป็นทีมคู่กับเพื่อนของเรา (ที่เป็นคนเล่นนะ ไม่ใช่คอม) ในการตะลุยอาเขต

6) SURVIVALโหมดเอาชีวิตรอด หรือก็คือโหมดที่ให้เราต่อสู้กับศัตรูไปเรื่อยๆทีละคนๆไม่มีจบ จนกว่าเราจะแพ้ สามารถเลือกที่จะมาคนเดียว หรือมาเป็นทีมก็ได้ครับ พบได้บ่อยๆในเกมต่อสู้สมัยนี้หลายเกมเหมือนกัน

7) SURVIVAL CO-OPโหมดเอาชีวิตรอดแบบร่วมด้วยช่วยกัน โหมดนี้จะเหมือนกับโหมดเซอร์ไววัลปกติ แต่จะให้เราได้เล่นคู่กับเพื่อนเราตะลุยไปเรื่อยๆ

8) TRAININGโหมดฝึกซ้อม ที่เกมต่อสู้สมัยนี้มีกันทุกเกม จะให้เราเลือกตัวละครของเราและอีกฝ่ายได้ฝ่ายละตัวในการฝึกซ้อม ซึ่งตัวละครของฝั่งเพลเยอร์สอง เราจะสามารถควบคุมโดยใช้คอนโทรลเลอร์ของเพลเยอร์สองได้ด้วย

9) WATCHโหมดวอช เอาไว้สำหรับดูตัวละครที่คอมพิวเตอร์เป็นคนควบคุมอัดกันเองครับ เหมาะสำหรับเช็คเอไอของตัวละคร หรือเอาไว้ดูฆ่าเวลาก็ได้

10) OPTIONSโหมดออปชั่น หรือก็คือโหมดปรับแต่งตัวเกม เมื่อกดเข้าไปแล้ว ข้างในจะมีเมนูแยกย่อยอีกดังนี้

10.1) Difficultyปรับระดับความยากของเกม ซึ่งสำหรับมูเก็นแล้ว จะมีผลกับเฉพาะตัวละครที่มีเอไอควบคุมความเก่งตามระดับยากง่ายเอาไว้เท่านั้นครับ

10.2) Lifeพลังชีวิตของตัวละคร ค่าเริ่มต้นคือ 100% เอาไว้ปรับ เพื่อให้ตัวละครในเกมของเรามีมาตรฐานความอึดเพิ่มมากขึ้น หรือน้อยลง ในส่วนนี้ ส่วนตัวแล้ว ผมแนะนำว่าค่าเริ่มต้นที่ให้มาก็ดีอยู่แล้วครับ อย่าไปปรับมันจะดีกว่า

10.3) Time Limitปรับเวลาในเกม ว่าในหนึ่งแมทช์ จะให้บู๊กันได้เป็นเวลากี่วินาที หรือจะปิดไทม์ลิมิตไปเลยก็ได้

10.4) Game Speedความเร็วภายในเกม มีผลต่อการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆภายในเกม ค่าพื้นฐานคือ Normal ถ้าเราปรับให้ช้าลง เกมก็จะช้าลง ถ้าเราปรับให้เร็วขึ้น เกมก็จะเร็วยิ่งขึ้น แต่แนะนำว่าอย่าไปปรับดีกว่าครับ เพราะค่าพื้นฐานที่ตั้งไว้ ก็ดีอยู่แล้ว

10.5) Wav Volumeปรับความดังของเสียงพูดและซาวด์เอฟเฟคต่างๆทั้งหมดในเกม

10.6) Midi Volumeปรับความดังของเสียงเพลงภายในเกม

10.7) Input Configปรับปุ่มที่เราใช้ภายในเกม กด F1 จะเป็นคีย์ลัดในการเข้าเมนูส่วนนี้ เมื่อเข้าไปแล้วจะมีเมนูย่อยขึ้นมาอีก โดยแบ่งเป็นของ P1 และ P2 (เมนูของ P1 ต้องให้ P1 เป็นคนปรับ ส่วนของ P2 ก็ต้องให้ P2 เป็นคนปรับ) ดังนี้

10.7.1) Key Config – ปรับปุ่มบนคีย์บอร์ดที่เราใช้ในเกม กด F1 เป็นคีย์ลัดเข้าเมนูนี้ได้

เมื่อเข้าไปแล้ว ให้เรากด F1 อีกครั้ง เพื่อ Config All หรือปรับปุ่มทั้งหมด โดยให้เรากดปุ่มที่เราต้องการใช้เรียงตามลำดับลงไปเรื่อยๆจนครบ แล้วกด Esc ออกมา หรือถ้าต้องการปรับให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม ก็ให้กด F3 ครับ

10.7.2) Joystick Type – ปรับการใช้จอยสติ๊กในการเล่นมูเก็น ซึ่งตอนแรกโปรแกรมจะ Disable มาให้เราก่อน ก็ให้เราลงไปปรับเป็น Auto ซะ (หรือบางครั้ง ในมูเก็นบางตัวอาจเขียนว่า Enable ก็ได้ครับ แต่ก็ไม่ต่างกัน)

10.7.3) Joystick Config – หลังจากปรับเป็น Auto แล้ว เราจะสามารถเลือกเมนูนี้ได้ครับ

ให้เรากด F2 เข้าไป เพื่อเข้าไปปรับปุ่มที่ต้องการใช้ในเกมให้ตรงตามต้องการ ซึ่งก็ทำเหมือนกับใน Key Config แหละครับ เพียงแต่ให้เรากดจอยเพื่อเซ็ทปุ่มให้ตรงกับที่ต้องการใช้เท่านั้นเอง

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรจำ ในการปรับปุ่มจอยของเรา คือเราต้องเสียบเชื่อมต่อจอยของเราก่อนเข้าโปรแกรมมูเก็นนะครับ ไม่อย่างนั้นจอยของเราจะยังใช้ไม่ได้

หากเราเซ็ท Joystick Type เป็น Auto แล้ว ก็ยังเข้าไปปรับ Joystick Config ไม่ได้ล่ะก็ ให้ลองออกจากโปรแกรมมาเสียบจอยให้เรียบร้อยใหม่อีกทีก่อน แล้วลองเข้าโปรแกรมใหม่ดูอีกทีครับ

ถ้าทำแบบนี้แล้วก็ยังใช้ไม่ได้ ให้เดาไว้ก่อนเลยว่า จอยอาจจะมีปัญหาก็ได้ครับ

ให้เราลองเข้าไปเช็คจอยของเราใน Control Panel ที่ส่วนของ Game Controllers ดูก่อนนะครับ ว่าเชื่อมต่อกับคอมเราติดรึเปล่าแล้วลองเทสใน Game Controllers ดูด้วยครับว่า เรากดปุ่มบนจอยของเราติดรึเปล่า

โดยการเลือกที่ชื่อจอยของเราในหน้าจอ Game Controllers แล้วกด Properties ครับ

ถ้าเรากดจอยของเราแล้ว หน้าจอตอบสนองตามที่เรากด แปลว่าจอยนั้นใช้ได้ ไม่มีปัญหาอะไรครับ

แต่ถ้าทำขนาดนี้แล้ว ก็ยังใช้กับมูเก็นไม่ได้อีก ก็น่าจะเป็นเพราะ จอยที่เราใช้อยู่ ไม่สามารถใช้กับโปแกรมมูเก็นได้ครับ (แต่ตามปกติแล้ว ถ้าเป็นจอยแบบ 12 ปุ่มขึ้นไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ แต่ถ้าเป็นจอยที่มีปุ่มน้อยกว่านั้น ก็มีโอกาสที่จะใช้ไม่ได้ครับ)

10.7.4) Default Values – ปรับค่าต่างๆในเมนูนี้ ให้กลับเป็นไปเป็นค่ามาตรฐาน

10.7.5) Return to Options – กลับไปที่หน้าเมนูหลักใน OPTIONS

10.8) Team Mode Configโหมดสำหรับ ปรับค่าต่างๆในการเล่นแบบทีม เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับเมนูย่อย ดังนี้

10.8.1) 1P VS Team Advantage – ปรับค่าพลังชีวิตของตัวละคร ในกรณีที่เป็นการต่อสู้แบบ1ต่อหมู่ ค่ามาตรฐานคือ 150%

10.8.2) If Player KO – เอาไว้ปรับว่า ในกรณีที่เราเล่นแบบมาเป็นคู่กับคอมพิวเตอร์ หากเพลเยอร์ตาย จะให้คอมที่มากับเราสู้ต่อไป หรือจะให้อีกฝ่ายชนะไปเลย

10.8.3) Default Values – ปรับค่าต่างๆในเมนูนี้ ให้กลับเป็นไปเป็นค่ามาตรฐาน

10.8.4) Return to Options – กลับไปที่หน้าเมนูหลักใน OPTIONS

10.9) Load/Save – เอาไว้สำหรับเซฟ หรือโหลดการตั้งค่าในออปชั่นของเรา จำเป็นมาก โดยเฉพาะในกรณีที่เราเซ็ทปุ่มคีย์ต่างๆเอาไว้

10.10) Default Values – ปรับค่าต่างๆในเมนูนี้ ให้กลับเป็นไปเป็นค่ามาตรฐาน

10.11) Return to Main Menu – กลับไปที่หน้าเมนูหลักของเกม

11) EXITออกจากโปรแกรมมูเก็น 

 

สำหรับเมนูของมูเก็นนี่ ไม่ว่าเราจะปรับแต่งมูเก็นของเราไปยังไง ก็จะมีเหมือนกันหมดแน่นอนครับ

ยกเว้นแต่ว่า ถ้าเวอร์ชั่นที่คุณใช้อยู่เป็นเวอร์ชั่นที่เก่ามากมากกกกกกกกกกกกกกกกกก(ต้องเก่าจริงๆ ซึ่งปัจจุบันมันคงไม่มีให้โหลดแล้วล่ะ) มันถึงจะมีเมนูไม่ครบครับ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง

 

 

โหมดการเลือกตัวละคร และเรื่องของDebug mode

 

เอาล่ะ จบเรื่องของเมนูต่างๆแล้ว ทีนี้เราลองกดเข้าไปดูในเกมกันดีกว่าครับ

เมื่อเรากดเข้าไปในโหมดเกมต่างๆแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าจอเลือกตัวละครแบบรูปข้างบนครับ

ซึ่งส่วนที่ผมอยากอธิบายในที่นี้ คือส่วนของ Select team mode หรือก็คือ การเลือกโหมดการเลือกตัวละครของเราครับ

ตามที่เห็นในรูปแรกเลยนะครับ คือมีให้เลือกทั้งหมดสามโหมดดังนี้ครับ

Single เลือกเพียงตัวเดียว

Simulเลือกตัวละครสองตัว ซึ่งถ้าเราเลือกอันนี้ ตัวละครที่เราเลือกจะออกมาสู้พร้อมๆกันเลยครับ

แต่ในกรณีที่เลือกโหมดนี้ ตัวละครของที่เลือกมาทั้งสองตัวจะอึดน้อยลงครับ และต้องใช้เกจท่าไม้ตายร่วมกันด้วย โดยจำนวนของเกจท่าไม้ตาย จะกำหนดตามตัวละครตัวแรกที่เลือกมาครับ  

Turnsจัดทีมตามจำนวนที่เราเลือก โดยผลัดกันออกมาสู้ทีละคน เหมือนกับระบบทีมของเกม KOF ครับ

วิธีเลือกจำนวนตัวลครในทีมคือ เลื่อนเคอร์เซอร์ลงมาที่โหมดนี้ แล้วกดซ้ายหรือขวา เพื่อเพิ่มหรือลดจำนวนคนในทีมครับ สามารถเลือกได้สูงสุด4คน ต่อทีม และต่ำสุด2คนต่อทีมครับ

 

ในกรณีที่เราเลือกเล่นในโหมดเกมที่บังคับให้เราเล่นคนเดียว อย่างเช่น Arcade กับ VS หรือ เป็นโหมดเกมที่บังคับให้ P1 ต้องเล่นคู่กับ P2 อย่างโหมด Survival co-op และ Team co-op ก็จะไม่มีตัวเลือกแบบนี้ขึ้นมาให้เลือกครับ เพราะเกมจะบังคับให้เราเลือกตัวละครตัวเดียว หรือสองตัวไปเลย

หลังจากเลือกโหมดการเลือกตัวละครแล้ว ก็มาถึงการเลือกตัวละครของเราครับ

ซึ่งในโปรแกรมมูเก็นทุกเวอร์ชั่น เริ่มต้นมา จะมีตัวละครพื้นฐานมาให้เราอยู่แล้ว 1 ตัวครับ

นั่นคือพี่หัวไม้กวาดสุดหล่อ Kung Fu Man ในรูปนั่นเอง (สำหรับคนที่เปิดโปรแกรมมาแล้วเจอกังฟูแมนตั้งสามตัวแบบในรูปนี่ ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะทั้งสามตัวนั้นมันตัวเดียวกันหมดแหละ) (ฮา)

ซึ่ง หลังจากนี้ เราสามารถ Add ตัวละครที่เราโหลดมาเพิ่มเข้าไปได้อีกครับ แต่ในส่วนนั้น ผมจะขอเก็บไว้พูดทีหลังละกันครับ

หลังจากเรากดเลือกตัวละครของเราแล้ว ก็จะเป็นการเลือกฉากครับ

ซึ่งถ้าเป็นโหมดที่ให้เล่นแบบตะลุยอย่าง Arcade หรือ Team Arcade เราก็จะไม่ต้องเลือกฉากครับ เพราะเกมจะจัดการเลือกให้เราเอง

สำหรับฉากในเกม ตามปกติ ตอนเริ่มต้นก็จะมีมาให้แค่ 2 ฉาก คือ Mountainside temple กับ Training room ครับ ซึ่งในส่วนของฉากเอง เราก็สามารถไปใส่เพิ่มทีหลังได้เช่นกันครับ  

 

หลังจากที่เราเลือกตัวละครและฉากของเราแล้ว ต่อไปก็เกมก็จะเข้าสู้หน้าจอโหลดดิ้ง และเข้าสู่ฉากต่อสู้ครับ

ก่อนอื่น ในภาพที่สองที่เป็นฉากต่อสู้ คงจะเห็นกันสินะครับ ว่ามันมีตัวอักษรแสดงค่าอะไรบางอย่างขึ้นมาให้เห็นอยู่ตรงด้านล่าง ซึ่งนี่เป็นตัวที่แสดงให้เห็นว่า ตอนนี้เราอยู่ใน Debug Mode ครับ

ซึ่งเมื่อเกมของเราอยู่ในโหมดนี้ เราจะสามารถใช้คีย์ลัดต่างๆในเกมได้ตามข้างล่างนี้เลยครับ

F1                   ทำให้ HP ของ P2 กลายเป็น 0

Ctrl-F1             ทำให้ HP ของ P1 กลายเป็น 0

F2                   ทำให้ HP ของทั้ง P1 และ P2 เหลือ 1

Ctrl-F2             ทำให้ HP ของ P1 เหลือ 1

Shift-F2            ทำให้ HP ของ P2 เหลือ 1

F3                    ทำให้เกจไม้ตายของทั้ง P1 และ P2 เต็ม

F4                    รีเซท เริ่มการต่อสู้ใหม่อีกรอบ (แต่แต้มที่ชนะไปแล้วจะไม่หายไป)

Shift-F4            รีเซทเหมือนกับ F4 แต่จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น (แต้มที่ชนะแล้วจะหายไปหมด)

F5                   ทำให้เวลาหมด

F12                  ถ่ายสกรีนช็อท

Ctrl-C              เปิดดูส่วนของคอลลิชั่นบอกซ์ ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงจุดที่โดนโจมตีได้ และจุดที่โจมตีโดนแล้วจะบาดเจ็บ (ไม่จำเป็นก็อย่าไปเปิดมันเลย ดูไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก) (ฮา)

Ctrl-D              เปิดหรือปิด Debug Mode (ปกติแล้วกดแค่ครั้งเดียวมันจะยังไม่ปิดให้ครับ ให้กดไปเรื่อยๆจนกว่าฟอนท์ที่ขึ้นมาใน Debug mode มันจะหายไปนะครับ)

Ctrl-I               บังคับให้ตัวละครอยู่ในสภาพยืน (นี่ก็อย่าไปใช้เลย เพราะมันทำให้เกมบั๊กออกได้)

Ctrl-L              เปิดปิดขีดพลังชีวิต และเกจท่าไม้ตาย (นี่ก็ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปปิดมันเลย เล่นลำบาก) (ฮา)

Ctrl-S              รันเกมด้วยสปีดสูงสุด (ถ้าจะเปิดก็ระวังหน่อยละกัน แนะนำว่าเอาไว้ใช้ดูขำๆดีกว่า)

Ctrl-#              (#แทนเลข 1-4) เปิดหรือปิด AI ของตัวละคร ตามเลขที่เรากด

Ctrl-Alt-#         (#แทนเลข 1-4) เปิดหรือปิดตัวละครตามเลขที่เรากด (ทำให้ตัวละครหายไปจากจอ)

Space              เพิ่ม HP และเกจท่าไม้ตายของทั้งสองฝ่ายจนเต็ม

 

คีย์ลัดเหล่านี้ค่อนข้างมีประโยชน์ในกรณีที่เราต้องการฝึกซ้อมตัวละคร หรือต้องการโกงคอมพิวเตอร์ครับ(ฮา)

ซึ่งตามปกติแล้ว โปรแกรมมูเก็นจะเซ็ทให้เกมของเราเปิด Debug mode เอาไว้แต่แรกเสมอ

แต่ถ้าเกิดใครรำคาญตัวอักษรที่โผล่ขึ้นมาตอนใช้ Debug mode และขี้เกียจมานั่งกด Ctrl-D เพื่อปิดมันทุกครั้งที่เข้ามาเล่น เราก็สามารถปรับเอา Debug mode ออกในตอนที่เริ่มเกมได้ครับ

โดยการเข้าไปแก้ที่ไฟล์ mugen.cfg ใน Data เช่นเคย

เมื่อเปิดไฟล์มาแล้ว ให้เราเลื่อนลงไปข้างล่างเรื่อยๆ จนเจอส่วนที่เขียนว่า [Debug] ตามรูปนี้ครับ

ในส่วนแรกสุดตามรูปเลยครับ ให้เราแก้ Debug = 1 ให้เป็น Debug = 0 ครับ

เท่านี้ โปรแกรมก็จะไม่รัน Debug mode ขึ่นมาตั้งแต่ตอนเริ่มเกมแล้วครับ

ส่วนตรงที่เขียนว่า AllowDebugMode = 1 นั้น เป็นการเซ็ทว่า จะอณุญาติให้เกมของเราเปิดปิด Debug mode ได้ โดยการกด Ctrl-D หรือเปล่า

ถ้าไม่ต้องการก็ให้แก้เป็น AllowDebugMode = 0 ครับ (แต่ผมว่าไม่ต้องแก้ดีกว่านะ เพราะให้เปิดปิดได้ไว้แบบนี้ มันมีประโยชน์กว่าเยอะ)

และถัดมา ตรงที่เขียนว่า AllowDebugKeys = 0 นั้น เอาไว้เซ็ทว่า เราต้องการให้ใช้คีย์ลัดของ Debug mode เฉพาะตอนที่เปิด Debug mode เท่านั้นหรือเปล่าครับ

ถ้าเราอยากให้เกมของเราสามารถใช้คีย์ลัดเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องเปิด Debug mode ก็ให้แก้เป็น AllowDebugKeys = 1 ครับ

ส่วนที่เหลือไม่ต้องไปสนใจก็ได้ครับ เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปปรับเปลี่ยนอะไร

 

สำหรับข้อมูลและวิธีเซ็ทค่าต่างๆเบื้องต้นที่เราควรรู้เกี่ยวกับมูเก็น ก็คงจบลงที่ตอนนี้แหละนะครับ

ส่วนวิธีการ Add ตัวละคร และ Stage เพิ่มในมูเก็นของเรานั้น ผมจะขอเก็บไว้อธิบายต่อในตอนต่อไปละกันนะครับ

รวมถึงในตอนหน้า ผมจะแนะนำวิธีการหาโหลดตัวละคร และแนะนำเวปดีๆสำหรับมูเก็นให้ด้วยครับ  

อ้อ แล้วก็ถ้าหากมีคำถามอะไรก็โพสถามมาได้เลยนะครับ  

 

สำหรับครั้งนี้ ผมขอตัวลาไปก่อนล่ะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านกันนะคร้าบ m(_ _)m

 

ปล. ขออภัยที่ดองบล็อกไว้นานแสนนาน ไม่มีคำใดจะกล่าวนอกจากคำขอโทษครับ m(_ _)m

edit @ 10 Dec 2009 00:02:47 by Huckbein

การเซ็ทขนาดหน้าจอ และการแสดงผลในมูเก็น

 

ในการเซ็ทขนาดหน้าจอนั้น เราสามารถเซ็ทได้โดยไม่ต้องเข้าโปรแกรมMUGENครับ 

สำหรับท่านที่เปิดโปรแกรมMUGENค้างไว้อยู่ แนะนำให้ปิดโปรแกรมก่อน แล้วค่อยเซ็ทจะดีกว่านะครับ 

พอปิดโปรแกรมเสร็จแล้วก็ให้กดเข้าไปในโฟลเดอร์ “Data” ครับ

จากนั้นให้เราหาไฟล์ชื่อ “mugen.cfg” แล้วเปิดมันขึ้นมาด้วยโปรแกรม Notepad ครับ

หลังจากเปิดไฟล์ขึ้นมาด้วยโน้ทแพดแล้ว ให้เราเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนเจอส่วนที่เขียนว่า [Video Win] ตามรูปข้างล่างเลยครับ

จากในรูป เราจะเห็นส่วนที่แสดงค่าความสูงกับความกว้างของจออยู่ครับ

ปกติแล้ว โปรแกรมจะเซ็ทไว้ที่ 320x240 ครับ ซึ่งมันเล็กเกินไป (แต่ถ้าใครชอบขนาดนี้ก็แล้วแต่นะครับ)

ให้เราแก้เป็น 640x480 ตามนี้ได้เลยครับ

Width  = 640

Height = 480

แต่ถ้าใครคิดว่า ไซส์นี้มันก็ยังเล็กไปก็สามารถปรับให้ใหญ่ขึ้นอีก เป็น 800x600 ตามนี้ก็ได้ครับ

Width  = 800

Height = 600

 

ต่อมา ให้เราไปดูตรงส่วนที่เขียนว่า Stretch ซึ่งอยู่ถัดลงมาด้านล่างครับ ในส่วนนี้จะเป็นการปรับให้ภาพในเกมของเราฟิตกับขนาดหน้าจอที่เราปรับเอาไว้ครับ

โดยให้เราแก้จาก Stretch = 0 เป็น Stretch = 1 ครับ

 

หลังจากนั้น ก็ให้ลงมาดูในส่วนของ DoubleRes นะครับ ซึ่งจะอยู่ถัดจากส่วนของ Stretch เลยครับ

ในส่วนนี้จะเป็นการปรับค่าความคมชัดของการแสดงผลบนหน้าจอโปรแกรมของเราครับ

ตรงนี้สำหรับคนที่คิดว่าเครื่องตัวเองไม่ได้อืดอาดอะไรมากมาย

ก็ขอแนะนำให้ปรับ DoubleRes = 0 เป็น DoubleRes = 4 ไปเลยครับ

เพราะค่าความคมชัดที่ได้จะแตกต่างกันมากครับ

 

เปรียบเทียบกันนะครับ

ทางซ้ายเป็นการตั้งค่าแบบ DoubleRes = 0

ส่วนทางขวาเป็น DoubleRes = 4 ครับ

แต่ถ้าใครที่ใช้ ดับเบิ้ลเรส 4 แล้ว มีปัญหาในการเล่น ก็จะเปลี่ยนไปใช้เป็นแบบ ดับเบิ้ลเรส 0 ก็ได้นะครับ

ปล. เรื่องของดับเบิ้ลเรสนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวละครที่เราโหลดมาด้วยนะครับ

ว่าคุณภาพสไปรท์ของตัวละครตัวนั้นสูงแค่ไหน เพราะบางตัวถ้าหากมีคุณภาพไฟล์ไม่สูงมาก

ต่อให้ปรับการแสดงผลเป็นดับเบิ้ลเรส4แล้ว ภาพก็ยังคงแตกอยู่เหมือนเดิมแหละครับ

 

หลังจากปรับค่าดับเบิ้ลเรสแล้ว ให้ลงมาดูในส่วนถัดไปได้เลยครับ เป็นส่วนของ DirectX mode ครับ

ตามปกติแล้ว โปรแกรมจะเซ็ทในส่วนนี้เป็น DXmode = Windowed ให้กับเรา

ซึ่งจะทำให้โปรแกรมของเรารันในแบบวินโดว์โหมดครับ

ฉะนั้น สำหรับคนที่ต้องการให้มูเก็นของเรารันในแบบFullscreen

ก็ขอให้แก้เป็น DXmode = Software หรือ DXmode = Hardware ครับ

(เลือกอันที่ลองใช้แล้วไม่มีปัญหานะครับ)

แต่สำหรับคนที่ต้องการให้สับเปลี่ยนไปมาได้ระหว่างวินโดว์โหมด กับ ฟูลกรีนโหมด ก็ไม่ต้องปรับตรงนี้ก็ได้ครับ

เพราะเราสามารถทำให้เป็นฟูลสกรีนโหมดได้ง่ายๆ ด้วยการกด Alt + Enter อยู่แล้วครับ

(เหมือนกับวิธีขยายหน้าจอในโปรแกรม Window Media Player นั่นแหละครับ)

 

ก็จบเพียงเท่านี้ สำหรับการปรับแต่งหน้าจอและการแสดงผลของมูเก็นครับ

อ้อ สำหรับคนใช้ Linux ก็ขอให้ลงไปปรับแต่งหน้าจอในส่วนของ [Video Linux] แทนนะครับ

ในส่วนอื่นๆนอกเหนือจากนี้ เราไม่มีความจำเป็นต้องไปปรับแต่งอะไรก็ได้ครับ

แต่สำหรับคนที่สนใจ ก็จะลองศึกษาฟังก์ชั่นอื่นๆเพิ่มเติมดูก็ได้นะครับ

เพราะแต่ละฟังก์ชั่นมันก็มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้อยู่แล้วครับ

 

ก็จบไปเท่านี้ สำหรับการเซ็ทหน้าจอและการแสดงผล

ในส่วนของตอนต่อไป จะเป็นเรื่องของเมนูต่างๆในมูเก็น และการเซ็ทคอนฟิกนะครับ

ใครที่สนใจก็ตามไปอ่านกันได้นะครับ

และสุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ ที่กรุณาเข้ามาอ่านกัน

 

ปล. ขออภัยที่ดองบล็อกไว้นานแสนนาน ไม่มีคำใดจะกล่าวนอกจากคำขอโทษครับ m(_ _)m

edit @ 9 Dec 2009 23:55:10 by Huckbein

เริ่มต้นกับ MUGEN

 

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้โปรแกรมมูเก็น ก่อนอื่นก็ต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมมูเก็นมาเสียก่อน

ซึ่งหาได้ไม่ยากนัก แค่พิมพ์คำว่า MUGEN เข้าไปใน Google แป๊บเดียวก็จะมีเวปที่เกี่ยวข้องกับมูเก็นออกมาเยอะแยะมากมาย ซึ่งเราสามารถหาโหลดได้จากเวปเหล่านั้นแหละครับ

แต่ถ้าขี้เกียจพึ่งกูเกิ้ลกัน ก็สามารถเข้าไปโหลดได้ที่เวปนี้เลยครับ

http://mugen-site.hp.infoseek.co.jp/

ตัวโปรแกรมจะเข้าไปดาวน์โหลดได้ตรงลิงค์ MUGEN説明書 ด้านบน แล้วเลือกที่ลิงค์ WinMugen本体 เพื่อดาวน์โหลดครับ

แต่สำหรับคนที่อยากใช้ DOS ก็สามารโหลดได้ที่ลิงค์ DosMUGEN本体 ครับ (แต่จะยังมีอยู่ไหมหว่า คนที่ใช้ DOS เนี่ย)

นอกเหนือจากตัวโปรแกรมแล้ว ในเวปนี้ก็ยังมีทั้งคู่มือการใช้โปรแกรมที่สามารดาวน์โหลดได้ หรือจะดูผ่านเว็ปเลยก็ได้ให้อีกด้วยครับ รวมถึงมีทั้งฉาก และตัวละครของเจ้าของเวปเองให้ดาวน์โหลดด้วยครับ

แต่เนื่องจากเวปนี้ เป็นเวปภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาญี่ปุ่นยังไม่แข็งแรง ก็สามารถเข้าไปโหลดโปรแกรมจากลิงค์ที่ผมอัพโหลดไว้ก็ได้ครับ ด้านล่างนี่เลย

http://www.mediafire.com/download.php?mnzjnz3m0jw

หลังจากได้ตัวโปรแกรมมาแล้ว ให้เราแกะไฟล์ออก แล้วก็ลองเปิดโปรแกรมดูได้เลยครับ

โดยเปิดโปรแกรมที่ไฟล์ชื่อ “Winmugen.exe” ครับ

ซึ่งหน้าจอตอนเริ่มโปรแกรมก็จะเป็นแบบนี้

แต่พอเราลองเปิดโปรแกรมขึ้นมาได้แล้ว คงจะเห็นสินะครับว่า หน้าจอโปรแกรมของเราตอนนี้มันเล็กมาก

ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ เราสามารถปรับขนาดจอให้ใหญ่ขึ้นได้ครับ รวมถึงยังสามารถปรับระดับการแสดงผลบนโปรแกรมได้ด้วย

ซึ่งผมจะขออธิบายในเอนทรี่ถัดไปนะครับ

นั่นคือ How to MUGEN ตอนที่3 "การเซ็ตขนาดหน้าจอ และการแสดงผลในMUGEN" ครับ

ใครที่สนใจก็ตามไปอ่านกันได้นะครับ

และสุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ ที่กรุณาเข้ามาอ่านกัน

 

ปล. ขออภัยที่ดองบล็อกไว้นานแสนนาน ไม่มีคำใดจะกล่าวนอกจากขอโทษครับ m(_ _)m