How to MUGEN ตอนที่7 "การใช้Add-on"

posted on 10 Jul 2010 23:08 by huckbein  in MUGEN

กลับมาพบกันอีกครั้ง กับHow to MUGEN 

หายหน้าไปนานพอสมควร (ไม่สิ...นานมากเลยตะหาก) เพราะติดธุระปะปังมากมาย

ต้องขอโทษหลายๆคนด้วยนะครับ ที่ปล่อยให้รอกัน

 

หัวข้อของHow toวันนี้คือเรื่องสุดท้าย ที่ถือว่าสำคัญสำหรับการใช้มูเก็น

นั่นก็คือการใช้Add-onนั่นเอง

 

Add-on คืออะไร?

ก่อนที่จะเริ่มอธิบายการใช้ ก็คงต้องเกริ่นก่อนว่า ไอ้นี่มันคืออะไร

เจ้า Add-on หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า Screen pack นี้

ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็เหมือนกับ "Theme" ของบล็อก หรือโทรศัพท์มือถือ

ที่ถ้าเปลี่ยนแล้ว รูปลักษณ์หน้าตาของเมนูต่างๆ ก็จะเปลี่ยนไปตามอันที่เราเลือกใช้

ในกรณีของMUGEN การเปลี่ยนAdd-on นอกจากจะช่วยเปลี่ยนหน้าตาของตัวเกมแล้ว

ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัวเกมอีกด้วย นั่นคือสามารถใส่ตัวละครได้มากขึ้นนั่นเอง

 

จะหาAdd-onได้จากที่ไหน?

Add-on นั้นก็เหมือนตัวละครและฉาก

สามารถหาโหลดได้ตามแหล่งMUGENที่ต่างๆ ในอินเตอร์เน็ท

แต่ถ้าเทียบกับตัวละครและฉากแล้วล่ะก็  อาจจะหาโหลดได้ลำบากกว่านิดหน่อย

เนื่องจากมันเป็นของที่ไม่ค่อยมีใครทำออกมาให้โหลดมากนัก

(ถ้าเทียบกับฉากและตัวละครน่ะนะ)

และมีปัญหาอีกอย่างคือ Add-onแต่ละตัวนั้น มักมีรูปแบบและชื่อที่ตั้งมาเป็นแบบออริจินัล

(แม้ว่าหลายๆอัน จะมีพื้นฐานมาจากเกมต่อสู้ต้นแบบจริงๆก็ตาม)

จึงอาจจะยาก ที่จะหาของที่อยากได้จริงๆเจอ

และเพราะเหตุผลดังกล่าว ถ้าเราไม่รู้จักชื่อของAdd-onที่เราอยากได้

ก็ควรจะลองหาแบบสุ่มๆดู จนกว่าจะเจออันที่อยากได้จริงๆจะดีกว่า

 

ได้Add-onมาแล้ว แต่จะใช้มันยังไง?

วิธีการลงAdd-on จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย

เอาเป็นมาลองดูตัวอย่างกันก่อนดีกว่า

 

สำหรับAdd-onที่ผมใช้เป็นตัวอย่างครั้งนึ้

คือ MUGEN FIGHTING JAM ของคุณเจ้าของเว็ปMugenjet

ซึ่งนับว่าเป็นAdd-onที่มีความสมบูรณ์สูง และใช้ได้ดีตัวหนึ่ง

แต่ปัจจุบัน Add-onตัวนี้ เจ้าของเว็ปMugenjet ได้ทำการปิดลิงค์ไว้เป็นการชั่วคราว

(ด้วยเหตุผลบางประการ ที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร)

หรือก็คือ ไม่สามารถเข้าไปโหลดที่เว็ปต้นสังกัดได้แล้วนั่นเอง

แต่ในเวปฝากไฟล์บางที่ เช่น esnips ก็ยังมีให้โหลดกันได้อยู่

ถ้าต้องการก็เข้าไปหาโหลดเอาที่นั่นได้ครับ

 

หลังจากโหลดมาแล้ว ก็ทำการแกะไฟล์ให้เรียบร้อย

แต่ก่อนที่จะเริ่มติดตั้งAdd-on เรามีสิ่งสำคัญสองสามอย่างที่ต้องทำ ดังต่อไปนี้

 

1. ทำการแบ็คอัพไฟล์ใดๆก็ตามในMUGENของเรา ที่อาจโดนPasteทับ หลังการลงAdd-onได้

ซึ่งหลักๆแล้วก็คือ ไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ "data" ควรจะแบ็คอัพเก็บเอาไว้ทั้งหมด

และบางครั้งก็รวมถึงโฟลเดอร์ "font" และ "plugin" ด้วย

ซึ่งก็แล้วแต่ว่า Add-onนั้นให้ไฟล์เหล่านั้นมาด้วยหรือเปล่า

2. ควรทำการแบ็คอัพไฟล์Add-onของท่านเอาไว้ด้วย เพราะถ้าเกิดปัญหาขณะลงAdd-onขึ้น

เราอาจจำเป็นต้องใช้มันอีก (ถึงต้องนั้น คุณคงไม่อยากไปนั่งหาโหลดใหม่อีกรอบใช่ไหมล่ะ?)

3. ตรวจเช็คAdd-onของท่านว่า มีไฟล์ประเภท Read me ให้อ่านหรือไม่

ถ้ามี และเป็นภาษที่ท่านอ่านออก ท่านก็ควรจะอ่านมันซะ

เพราะในโลกของมูเก็น Read me ไฟล์คือคู่มือเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยตอบปัญหาของท่านได้

ในกรณีของAdd-onนั้น ส่วนมาก ในRead me จะมีทั้งวิธีการลงAdd-onนั้นๆ

และวิธีแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้กับAdd-onนั้นๆ รวมถึงคำแนะนำอื่นๆสำหรับการใช้Add-onนั้นด้วย

ฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะอ่านทุกครั้งที่โหลดมานะครับ 

 

ทุกครั้งก่อนที่จะทำการลงAdd-on สามข้อข้างบนนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำเสมอ

เพราะการลงAdd-onนั้น ค่อนข้างมีความเสี่ยงที่จะลงผิดพลาด และทำให้เล่นไม่ได้ไปเลย

ถ้าไม่มีการแบ็คอัพไฟล์เอาไว้เลย ก็คงต้องไปนั่งทำใหม่หมด ตั้งแต่แกะไฟล์MUGEN...

 

เอาล่ะ เรื่องที่ต้องเตือนก็เตือนไปแล้ว

ถ้างั้นก็ขอเริ่มตัวอย่างจริงๆซักทีละกัน

 

รูปข้างบนนี้คือไฟล์ของAdd-onที่ใช้เป็นตัวอย่างในครั้งนี้

ส่วนรูปนี้คือไฟล์สำคัญของAdd-on ที่อยู่ในโฟลเดอร์ MFJ ในรูปแรก

 

การลงAdd-onหลักๆนั้น มีอยู่สองวิธี

(แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่า Add-on ที่โหลดมา จะใช้ได้ทั้งสองวิธี)

ก่อนอื่น มาดูวิธีแรกกันดีกว่า

 

วิธีลงแบบที่1 การลงแบบรันผ่านไฟล์BAT

ให้ทำการนำโฟลเดอร์ "MFJ" ในรูปข้างต้น ซึ่งเป็นโฟลเดอร์ที่รวมไฟล์dataของAdd-onไว้

ไปใส่ไว้ในโฟลเดอร์ "data" ในMUGENของเราได้เลย

 

หลังจากนั้น ให้เรานำไฟล์ ".bat" ของAdd-onนั้นๆไปใส่ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับที่ไฟล์ mugen.exe ของเราอยู่

ซึ่งในกรณีนี้ก็คือไฟล์ MFJ.bat นั่นเอง

 เมื่อทำการย้ายไฟล์เสร็จสิ้นแล้ว ให้ทำการเปิดเกม โดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์.batของAdd-onนั้นๆ

ก็สามารถเข้าเล่นเกมโยใช้Add-onนั้นๆได้แล้ว

ในกรณีนี้คือกดเข้าเกม ที่ไฟล์ "MFJ.bat" นั่นเอง

 

ตอนที่รันเกมผ่านไฟล์bat จะมีหน้าต่างDOSแบบรูปข้างบนโผล่นึ่นมาก่อน

แล้วตัวเกมจะรันขึ้นมาทีหลัง ในอีกหน้าต่างนึง

(ซึ่งหน้าต่างDOSนี้ เราจะปิดมันทีหลัง หรือไม่ปิดมันก็ได้)

ตามรูปข้างบน ตัวเกมจะทำการรันหน้าจอโหลดดิ้ง OP แล้วก็เมนูเกมขึ้นมาตามลำดับ

(ซึ่งตัวโปรแกรมพื้นของมูเก็นจะไม่มีลูกเล่นแบบนี้)

ถ้ารันเกมขึ้นมาได้แบบนี้ ก็เท่ากับว่าเสร็จสิ้นการลงAdd-onแล้วล่ะครับ

 

การลงแบบนี้มีข้อดีอยู่ที่ จะไม่มีการก็อปไฟล์ทับกัน

และยังสามารถลงได้หลายๆAdd-onพร้อมกัน

แล้วมาเลือกใช้ได้ โดยการรันไฟล์batของAdd-onที่เราต้องการใช้ครับ

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ผมอยากจะพูดถึง

แต่ก่อนหน้านั้น เรายังเหลือวิธีการลงAdd-onอีกวิธีหนึ่งอยู่

ถ้ายังไง เรามาพูดถึงส่วนนั้นกันก่อนดีกว่า

 

การลงแบบที่2 การลงแบบทับไฟล์

การลงAdd-onด้วยไฟล์bat แบบวิธีแรกนั้น ง่าย แต่ก็เกิดปัญหาง่าย

มีหลายครั้งที่แม้จะก็อปไฟล์เรียบร้อยแล้ว แต่ก็รันเกมผ่านไฟล์batไม่ได้

ซึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ ก็มีอยู่หลายอย่าง แต่หลักๆก็เช่น

ไฟล์Add-onนั้น มีการกำหนดโฟลเดอร์ที่ต้องรันไฟล์ไว้ไม่ตรงกับไฟล์ที่แตกมา

จึงจำเป็นต้องทำการย้ายไฟล์ให้ถูกที่ หรือต้องเข้าไปแก้ในsystemใหม่ให้ถูกต้อง เป็นต้น

(ซึ่งในส่วนนี้ ผมขอไม่อธิบายละเอียดละกันนะ เพราะมันแล้วแต่Add-onจริงๆ)

 

ส่วนการลงแบบที่2นี้ จะเป็นวิธีลงที่ค่อนข้างเสี่ยง แต่ก็แน่นอนกว่าวิธีแรก

ซึ่งวิธีนี้ก็คือ การลงแบบก็อปไฟล์ทับไฟล์ทั้งหมดในdataของเราครับ

 

วิธีการก็ไม่ยากเย็นนัก แต่ต้องระวัง และอาศัยความละเอียดในการเช็คไฟล์ซักหน่อย

ขั้นแรกก็ทำการตรวจไฟล์ผ่าน system.def ของAdd-onของเราซะก่อน

ซึ่งในกรณีของAdd-onนี้ ก็อยู่ในโฟลเดอร์MFJนั่นแหละครับ

 

ให้เราเปิดไฟล์นี้ขึ้นมาด้วยNotepadเหมือนเคย

แล้วจะเจอส่วนที่เป็นข้อความแบบนี้ครับ

 

ส่วนที่เราต้องสังเกตคือ ส่วนที่เขียนว่า [Files] ในรูปข้างบนครับ

ซึ่งส่วนนี้จะเป็นตัวควบคุมการรันไฟล์ของAdd-on

ว่าAdd-onนั้นๆ จะต้องรันไฟล์ไหนจากที่ไหน

เช่น ส่วนที่เขียนว่า spr = sff/system.sff

จะหมายความว่า ทำการรันไฟล์"system.sff" จากโฟลเดอร์ "sff" ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์"data"ของเรา

ซึ่งในที่นี้ เขาจะทำการละคำว่า data เอาไว้

เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนนะครับ ว่าแม้มันจะไม่ได้เขียนเอาไว้

แต่ไฟล์ทุกไฟล์ในที่นี้ จะต้องรันจากโฟลเดอร์"data"นะครับ

 

ให้เราเช็คว่าไฟล์ทุกไฟล์อยู่ในที่ที่มันควรอยู่แล้วหรือไม่

เช่น ตามตัวอย่างที่ยกไว้ข้างต้น ในโฟลเดอร์ "sff" ที่อยู่ในรูปข้างบนนั้น

ก็ควรที่จะมีไฟล์ sysytem.sff อยู่ ตามที่เขียนเอาไว้ เป็นต้น

 

ให้เราทำการย้ายไฟล์ทั้งหมด ไปไว้ในโฟลเดอร์ "data" ในมูเก็นของเรา

โดยแยกไฟล์ไว้ในถูกโฟลเดอร์ตามที่เขียนไว้ใน system.def ของAdd-onนั้น

ซึ่งกรณีของMUGEN FIGHTING JAMนี้ ก็ให้ทำการยกไฟล์ และโฟลเดอร์ทั้งหมด

ที่อยู่ในโฟลเดอร์ MFJ ไปไว้ในโฟลเดอร์ data ได้เลยครับ

ภาพก่อนลง

ภาพหลังลงไฟล์ทั้งหมด

 

ซึ่งตอนที่เราเอาไฟล์มาเทลงในโฟลเดอร์dataนี้

แน่นอนว่าจะต้องมีการลงทับไฟล์เดิมของมูเก็นด้วย

หรือก็คือต้องมีการPasteทับไฟล์สำคัญๆต่างๆในเกม

เช่นไฟล์ select.def และ system.def เป็นต้น

ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่ต้องระวัง

ถ้าคิดจะลงAdd-onด้วยวิธีนี้ล่ะก็ ขอให้ทำการแบ็คอัพไฟล์ทุกไฟล์ในdata

และไฟล์ทุกไฟล์ของAdd-onของเราเอาไว้ก่อนเลยนะครับ

เพราะถ้ามันลงทับไปแล้วเล่นไม่ได้ขึ้นมา ก็เจ๊งสถานเดียว

ต้องไปนั่งแกะไฟล์กันใหม่หมดล่ะครับ

 

หลังจากโปะไฟล์ลงในdataหมดแล้ว ทีนี้ก็ลองรันเกมดูนะครับ

ซึ่งวิธีรันเกมหลังการลงAdd-onด้วยวิธีนี้ จะต่างจากวิธีแรก

ตรงที่เราจะรันเกมผ่านไฟล์ "Winmugen.exe" ของเราได้เลยครับ

(เหมือนการรันเกมตามปรกติ ตอนที่ยังไม่ได้ลงAdd-onนั่นแหละครับ)

ส่วนไฟล์batนั้น ถ้าเราเลือกลงAdd-onด้วยวิธีนี้ ก็ไม่จำเป็นแล้วครับ

สามารถลบทิ้งไปได้เลย (เพราะถึงเก็บไว้ ก็รันเกมผ่านไฟล์batนั้นไม่ได้อยู่ดี)

 

หน้าจอซีเล็คของAdd-onนี้

(มีคนบอกเบื่อหน้ากังฟูแมนแล้ว เลยเปลี่ยนบ้างละกัน)(ฮา)

 

หน้าจอโหลดก่อนสู้

หน้าจอต่อสู้

 

เท่านี้การเปลี่ยนAdd-onก็เรียบร้อยแล้วครับ

มาพูดเอาตอนนี้อาจจะฟังดูยังไงๆอยู่

แต่ไอ้วิธีลงแบบที่2เนี่ย ถ้าเราไม่อยากเสียเวลาเช็คมากให้วุ่นวาย

ก็แค่แบ็คอัพโฟลเดอร์ data ของเราให้หมด

แล้วเวลาลงก็เทกระจาดทุกอย่างในAdd-onที่จะใช้ มาลงในโฟลเดอร์ data เลยก็พอแล้วล่ะครับ

เพราะจริงๆส่วนมาก Add-onมันจะแยกมาให้ครบหมดอยู่แล้ว

ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ขอแค่เราแบคอัพไฟล์ไว้ให้ดี แล้วก็เทลงมาให้หมด

โดยไม่ต้องไปย้ายที่ไฟล์ที่Add-onมันจัดมาให้อยู่แล้ว ก็เล่นได้แล้วล่ะครับ

เพียงแต่ถ้าทำแล้วยังเล่นไม่ได้ ก็ขอแนะนำให้เช็คไฟล์เอาจาก system.def

ตามวิธีข้างต้นเอาละกันนะครับ

 

เกี่ยวกับสิ่งที่Add-onมีให้

มาต่ออีกซักหน่อย เป็นของแถมเล็กน้อยๆ

จากรูปข้างบน จะเห็นว่า หลังจากเราเปลี่ยนAdd-onแล้ว

ไลฟ์บาร์ และคำประกาศก่อนเริ่มการต่อสู้ ก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ซึ่งอันนี้ ถือเป็นอ็อปชั่นที่Add-onนี้แถมมาให้ครับ

เนื่องจากAdd-on มีการทำออกมาหลายแบบ

และแต่ละแบบนั้นก็จะมีอ็อปชั่นที่แถมมาให้ไม่เหมือนกัน

อย่างAdd-on ที่ใช้เป็นตัวอย่างในครั้งนี้ มีอะไรแถมมาให้หลายอย่างมาก

ทั้งมูฟวี่เปิดเกม เพลงตอนไตเติ้ล ไลฟ์บาร์ และอื่นๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Add-onทุกตัว จะมีของแถมมาให้ครบครันแบบนี้หรอกนะครับ

Add-onบางตัว ให้ไลฟ์บาร์ แต่ไม่มีOPให้ก็มี

บางอันแค่เปลี่ยนธีมของตัวเกม แล้วก็เพิ่มช่องตัวละครให้อย่างเดียวก็มีเหมือนกัน

ฉะนั้น ถ้าจะหาAdd-onแบบที่อยากได้จริงๆนี่

ก็คงต้องต้องลองหา และลองใช้ดูหลายๆอันล่ะครับ ถึงจะเจอ

 

นอกจากอ็อปชั่นทั่วๆไปอย่างที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว

ยังมีอ็อปชั่นประเภทPatchของAdd-onนั้นๆอีกด้วย

เช่น Pacthสำหรับแก้ไลฟ์บาร์ (หรือจริงๆมันก็คือมีไลฟ์บาร์มาให้เลือกใช้ได้2อันน่ะแหละ)

แต่ที่เจอบ่อยกว่านั้น คือแพชท์สำหรับเพิ่มหรือลดช่องใส่ตัวละคร

หรือก็คือ เราสามารถที่จะแก้จำนวนของตัวละครที่ใส่ได้ ตามแพชท์ที่มีมาให้นั้นๆ

ยกตัวอย่างเช่น Add-on ที่ผมใช้เป็นตัวอย่างในครั้งนี้

ก็มีแพชท์สำหรับเพิ่มลดช่องใส่ตัวละครเหมือนกัน

ซึ่งก็จะมีให้เลือกใช้ได้สี่ตัวคือ 30ช่อง 78ช่อง 581ช่อง(แบบในรูปตัวอย่างข้างบน)

และช่องอนันต์ หรือก็คือใส่ได้ไม่จำกัดครับ

 

วิธีใช้ ก็ง่ายๆครับ แค่ก็อปปี้แพชท์ที่เราต้องการใช้

แล้วนำไปPasteทับ ไฟล์เดิมในAdd-onนั้นๆก็พอ

(ในกรณีของAdd-onที่ใช้เป็นตัวอย่างนี้ แพชท์จะอยู่ในอีกโฟลเดอร์นึงที่เหลืออยู่ในรูปแรกสุดครับ)

 

ผลของการใช้แพทช์30ตัว

 

แบบแพทช์78ตัว

 

แพทช์อนันต์

 

ซึ่งจะเลือกใช้แบบไหนก็ตามแต่คนชอบครับ

จากรูปจะเห็นได้ว่า ยิ่งเราใช้แพทช์ที่มีช่องเยอะเท่าไหร่

ช่องมันก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ

เพราะมันจะทำให้เลือกตัวละครยาก และดูไม่สวยเหมือนแบบช่องน้อยๆ

ก็ต้องเลือกใช้ตามแต่ความชอบล่ะนะครับ

 

ส่วนแพทช์อนันต์นั้น บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

เพราะทำให้สามารถใส่ตัวละครได้ไม่จำกัด

แต่แพชท์แบบไม่จำกัดจำนวนช่องนี้ มันก็มีข้อเสียใหญ่ของมันอยู่เหมือนกัน

ข้อเสียอย่างแรกคือ แม้จะบอกว่าไม่จำกัดจำนวน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็มีจำนวนที่ใส่ได้กำหนดเอาไว้อยู่ครับ

อย่างAdd-onตัวอย่างนี้ ก็กำหนดไว้ให้หมวดนึง ใส่ได้แค่50ตัวเท่านั้น

(หมวดที่ว่า คือส่วนที่เป็นชื่อค่ายเกมตรงกลางที่เห็นในรูป ซึ่งเรามาเปลี่ยนเองทีหลังได้)

ถ้าต้องการให้ใส่ได้มากกว่านี้ ก็ต้องไปปรับเอาใน system.def ของAdd-on

ซึ่งวิธีปรับ มันก็ต้องแล้วแต่Add-onอีก (เพราะงั้นขอข้ามไปละกันนะ)(ฮา)

พูดง่ายๆคือ ถ้าอยากใช้ ก็ต้องทนยุ่งยากกันหน่อยล่ะครับ

 

ส่วนข้อเสียอีกอย่าง ซึ่งน่าหนักใจมากกว่าข้อแรกอีก

นั่นคือ ช่องเลือกตัวละครของเราจะหายไปโดยสิ้นเชิง

และเปลี่ยนมาใช้การเลือกตัวตามแต่ละหมวดหมู่แทน

เหมือนที่บอกไว้ว่า จากในรูปจะเห็นว่าช่องตรงกลางจะมีชื่อค่ายเกมหลายๆค่ายแบ่งเป็นหมวดหมู่อยู่

ซึ่งเวลาที่เราเลือกตัวละคร เราต้องมาเลือกหมวดหมู่ของตัวละครก่อน

แล้วค่อยมาเลือกตัวละครอีกที โดยเราต้องกดเลือกไล่ตัวละครไปเรื่อยๆไม่ทางซ้ายก็ทางขวาเท่านั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าในหมวดCAPCOM เราใส่ตัวละครไว้ซัก100ตัวล่ะก็

เวลาจะเลือกตัวที่เราใส่ไว้แถวกลางๆของหมวด ก็ต้องกดเลื่อนไปอย่างต่ำ50ครั้งเลย ถึงจะเลือกได้...

 

แน่นอนว่า ถ้าปรับแต่งจำนวนเป็น และใช้ได้อย่างเหมาะสม

ถึงจะยุ่งยาก แต่แพชท์อนันท์ก็ถือเป็นของที่ใช้ได้ดี

เพียงแต่ ถ้าสำหรับคนที่คิดว่า ไม่จำเป็นต้องใส่ขนาดนั้น

ก็ขอแนะนำให้ใช้แพทช์ธรรมดาๆดีกว่าครับ สบายกว่ากันเยอะมาก...

(เอาจริงๆ ใส่ได้ตั้ง581ตัวนี่ ก็เลือกกันตาลายแล้วล่ะ)(ฮา)

 

ปัญหาที่มักเกิดขึ้น เวลาใช้Add-on

ก่อนจะจบเรื่องการใช้Add-on ผมขอพูดถึงปัญหาที่มักจะเจอหน่อยละกันนะครับ

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า อาจมีบางครั้งที่เราทำการลงAdd-onแล้ว ไม่สามารถเล่นได้

หรือถึงเล่นได้(ผ่านไฟล์bat) เกมก็ไม่ยอมเปลี่ยนAdd-onให้

ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็น่าจะมีตามนี้ครับ

 

1. ไฟล์ที่โหลดมาเสีย หรือไม่สมบูณ์

ทางแก้คือ ลองไปโหลดมาใหม่ หรือไปเช็คที่เว็ปอีกทีว่า โหลดไฟล์มาครบหรือไม่

2. เวลาที่ก็อปไฟล์ลงมาแล้ว (ทั้งลงแบบใช้ไฟล์bat หรือไม่ใช้ไฟล์bat) ไฟล์มันอยู่ไม่ถูกที่

ทางแก้คือ ลองเช็คใน system.def ว่ามีอะไรหายไป หรืออยู่ไม่ถูกที่หรือไม่ แล้วจัดการทำให้เข้าที่เข้าทางดู

3. Add-onที่โหลดมา เป็นแบบที่ใช้กับDOS ไม่ใช้Window (ในกรณีที่คุณใช้Windowน่ะนะ)

ทางแก้คือ ลองดูก่อนว่า มีแพทช์สำหรับแก้ให้ใช้กับWindowแถมมาให้หรือไม่ ถ้าไม่ก็คงต้องหาอันอื่นใช้เอาล่ะ

4. Add-onที่โหลดมา เป็นแบบที่ใช้กับMugen Hi-res หรือD4

ปัญหาที่เกิดจากสาเหตุนี้ จะคล้ายกับปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาเราใช้ Stage D4 กับมูเก็นธรรมดา

นั่นคือ เวลาเปิดเกมเล่นแล้วอะไรๆมันก็จะใหญ่ หรือเล็กกระจิ๋วไปหมด

(เช่นตอนเลือกตัวละคร ช่องเลือกตัวละครมันใหญ่มาก จนทะลุจอไปข้างล่าง)

ทางแก้คือ ถ้าAdd-onนั้น ไม่มีแบบที่ใช้ได้กับมูเก็นธรรมดา ก็ต้องลองหาอันอื่นใช้ดูเท่านั้นล่ะครับ

(หรือไม่เราก็เปลี่ยนไปใช้Mugen Hi-resแทน)

 

ปัญหาหลักๆที่เกิดขึ้นได้กับAdd-onก็คงจะมีเท่านี้ล่ะนะครับ

แต่ความจริง ผมเองก็รับประกันอะไรไม่ได้หรอกว่ามันจะมีแค่นี้จริงหรือไม่

และAdd-onที่ทุกท่านโหลดมาใช้ จะเหมือนกับที่ผมบอกไว้รึเปล่า

เพราะโลกมูเก็นมันกว้างใหญ่เหลือเกิน ซะจนคนตัวเล็กๆอย่างผมก็ท่องได้ไม่หมด(ฮา)

ฉะนั้น ผมเองก็คงตอบปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้

ถ้าหากเกิดปัญหาใดๆขึ้นกับมูเก็นของท่าน

สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ ขอให้ทุกท่านใจเย็นๆ แล้วลองค้นหาต้นตอของปัญหานั้นดูนะครับ

 

MUGENมันไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแต่จำเป็นต้องเอาใจใส่(และทำใจ)กับมันซักหน่อยเท่านั้นเอง(ฮา)

 

สำหรับครั้งนี้ก็คงมีเท่านี้แหละครับ

ขออภัยด้วยที่ผมไม่มีปัญญาพอจะอัพบล็อกได้ไวๆ และดองไว้นานหลายเดือน

แต่ถ้าอย่างน้อยๆ สิ่งที่ผมอัพไว้จะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง ผมก็ดีใจครับ

 

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เข้ามาเยี่ยมชม และพบกับใหม่ตอนหน้าครับ

สวัสดี m(_ _)m

edit @ 14 Sep 2010 22:41:56 by Huckbein

edit @ 14 Sep 2010 23:01:39 by Huckbein

คราวก่อน เราทำการเพิ่มตัวละครกันไปแล้ว

มาคราวนี้ ก็ถึงตาของการเพิ่มฉากกันบ้างล่ะนะครับ

วิธีการก็ไม่ยาก ถ้าเคยAddตัวละครมาแล้ว ยิ่งไม่น่ามีปัญหา

เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

 

1. ก่อนอื่นก็หาไฟล์Stageที่ต้องการมาก่อน

การหาก็ไม่ยาก เหมือนๆกับตอนที่หาตัวละครนั่นแหละ

ลองหาด้วยกูเกิ้ลก็น่าจะเจอได้ง่ายๆ หรือไม่ก็ลองเข้าไปดูในเว็ปที่เคยไปโหลดตัวละครดูก็ได้

เพราะส่วนมาก เวปที่แจกไฟล์มูเก็น ก็มักจะมีทั้งตัวละครทั้งฉากให้โหลดกันอยู่แล้ว

 

2. หลังจากโหลดมาแล้ว ก็จัดการแตกไฟล์ให้เรียบร้อย

สำหรับStage เวลาที่แตกไฟล์ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟล์จะเละเทะมากเหมือนคราวของตัวละคร

เพราะไฟล์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับStage จะมีแค่สองไฟล์เท่านั้น

นั่นคือ ไฟล์ควบคุม .def และไฟล์สไปรท์(รูป) .sff

ถ้าแตกมาแล้วมีไฟล์ครบทั้งสองสกุล (และไฟล์มันไม่เจ๊ง) ก็ใช้ได้แล้ว

 ส่วนไฟล์อื่นๆที่เหลือ ปรกติก็จะเป็นไฟล์ที่ไม่จำเป็นตอนการaddน่ะครับ

(ซึ่งส่วนมากมักเป็นพวกไฟล์ readme หรือไม่ก็BGM ที่แถมมาให้น่ะนะ)

 

3. หลังจากแตกไฟล์แล้ว ก็ถึงเวลาย้ายไฟล์ไปลงMUGEN

สำหรับโฟลเดอร์ในMUGEN ที่ใช้เก็บไฟล์ฉาก คือโฟลเดอร์ "stages" ครับ

เวลาที่เราย้ายไฟล์ฉากไปลงในโฟลเดอร์นี้ ก็ให้เราย้ายไปเฉพาะไฟล์.def และ.sffของฉากนั้นๆ

โดยไม่ต้องสร้างโฟลเดอร์เก็บไว้อีกชั้น เหมือนตอนของตัวละครนะครับ

 ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะตัวโปรแกรมจะโหลดไฟล์ควบคุมจากโฟลเดอร์ "stages" ตรงๆ

ถ้าหากเราสร้างโฟลเดอร์มาเก็บไฟล์ไว้อีกชั้น เวลาที่โหลดเกม

เกมมันจะหาไฟล์ไม่เจอน่ะครับ (เกมไม่แฮงก์หรอกนะ แค่addไม่ติดเฉยๆ)(ฮา)

 

4. โหลดก็โหลดแล้ว ย้ายก็ย้ายแล้ว ต่อไปก็Add Stageโลด!

ถ้าเคยaddตัวละครมาก่อน ขั้นตอนนี้ก็คงไม่ยากอะไร

ก่อนอื่นก็เปิดไฟล์ "select.def" ที่อยู่ในโฟลเดอร์ "data" ขึ้นมาก่อน

เปิดด้วยโน้ทแพดเหมือนคราวที่Addตัวละครนั่นแหละครับ

 หลังจากเปิดขึ้นมาแล้ว ให้เราเลื่อนลงไปด้านล่างเรื่อยๆ

จนถึงบริเวณที่เขียนว่า...

;-----------------------
[ExtraStages]
 ;Put extra stages here. They will be available in VS and Watch modes.
 ;For example, you can insert "stages/mybg.def".

นะครับ

ซึ่งปรกติ ก็จะอยู่ถัดจากบริเวณที่ใช้Addตัวละครทันที

เราจะaddฉากกันตอนนี้แหละครับ

ซึ่งการAddนั้น ก็ให้เราพิมพ์ตามด้านล่างนี้เลยครับ

stages/(ชื่อไฟล์.def).def

เช่น ถ้าไฟล์.defของฉากนั้น ชื่อ tower.def ก็ให้Addตามนี้

stages/tower.def

ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับ ง่ายนิดเดียว

 

สำหรับคนที่ไม่เก็ท ก็ดูในรูปได้นะครับ

 

ในการAdd Stage จะยุ่งยากน้อยกว่าตอนที่เพิ่มตัวละคร

เพราะเราสามารถAddลงไปต่อจากของเดิมได้เรื่อยๆ

โดยไม่ต้องคำนึงถึงช่องว่างที่Add-onนั้นมีให้

หรือพูดง่ายๆ อยากจะใส่กี่ร้อยฉาก ก็แค่พิมพ์Addต่อไปเรื่อยๆได้เลย

จะเอาให้ยาวเป็นหางว่าวยังงี้เลยก็ยังได้

(แต่ยิ่งใส่เยอะ เกมมันก็ยิ่งโหลดช้าน่ะนะ)(ฮา)

 

5. Addแล้ว ที่เหลือแค่ลอง

หลังจากAddกันเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดเกมขึ้นมาเทสดูดีกว่า ว่ามันขึ้นรึเปล่า

ถ้าทีชื่อขึ้นมาให้เลือกแบบนี้ แปลว่าAddติดแล้ว

 

ถ้าเปิดติด เล่นได้ สบายบรื๋อ

ก็แปลว่าAddเสร็จสิ้น จบข่าว(ฮา)

 

เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหม

เท่านี้ก็สามารถใส่สเตจที่อยากเล่นกันได้แล้วครับ

 

แต่ถึงจะง่ายอย่างนี้ การAdd Stageเอง ก็มีจุดที่เป็นปัญหาอยู่เหมือนกันครับ

แถมเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกซะด้วย

นั่นคือเรื่องของ Low-res Stage และ Hi-res Stage ครับ

แล้วไอ้สองอย่างที่ว่านี่ มันคืออันหยัง?

ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ ฉากคุณภาพสูง กับฉากคุณภาพต่ำนั่นแหละครับ

ซึ่งจริงๆแล้วเมื่อก่อน มันไม่ได้มีการแบ่งเอาไว้แบบนี้หรอก

แต่เพราะตอนนี้MUGEN มีโปรแกรมตัวใหม่ที่ใช้รันไฟล์ที่มีคุณภาพสูงได้

ก็เลยมีการปล่อยฉากและตัวละครที่ใช้สไปรท์คุณภาพสูงออกมาด้วย

 

ซึ่งตัวละครนั้น แม้จะเป็น D4(หรือก็คือHi-res)ก็ไม่เป็นปัญหาเวลาที่เล่นกับมูเก็นตัวปรกติ

แต่สำหรับStageนั้น ถ้าเป็นไฟล์ที่ทำมาสำหรับHi-res MUGENแล้วล่ะก็

จะเกิดปัญหาเวลาที่นำไปใช้กับมูเก็นตัวปรกติได้

เช่นแบบนี้.....

 

เผื่อบางคนดูไม่ออก

รูปข้างบนนี้คือStage Hires ซึ่งรันบนมูเก็นตัวปรกติ

แล้วเกิดปัญหาขึ้น นั่นคือ ขนาดของStageมันใหญ่ผิดปกติจนตัวละครเราลอยอยู่กลางอากาศ

ซึ่งเป็นปัญหา ที่มักจะเจอ เมื่อใช้ฉากคุณภาพสูงกับตัวMUGENที่ไม่แมทช์กัน

 

สำหรับทางแก้ก็..... นั่นสินะ ถ้าใครรู้ช่วยบอกผมทีละกันนะครับ พยายามหาอยู่เหมือนกัน(ฮา)

ทางออกเดียวที่หาเจอตอนนี้คือ ทำใจไม่ใช้ฉากคุณภาพสูง

หรือไม่ก็ย้ายสัมมะโนครัว เปลี่ยนไปใช้มูเก็นHi-resแทนน่ะครับ

ซึ่งจริงๆ ผมว่าถ้าเจอปัญหานี้ ก็ลองไปหาตัวMUGEN Hiresมาใช้ดูก็ดีเหมือนกันนะครับ

 

 

 

เอาล่ะ จบไปแล้วกับการAdd Stage

ที่นี้ก็มาถึงครึ่งหลังของHow to MUGENวันนี้กันล่ะนะ

 

สำหรับหลายๆคน...ไม่สิ ทุกคนมากกว่ามั้ง(ฮา)

แค่Addสเตจได้อย่างเดียว คงจะยังไม่พอ

เพราะฉากที่เราใส่ไปนั้น มันไม่ยังไม่มีเพลงประกอบ

เวลาเล่น ก็เลยรู้สึกจืดชืดเหลือเกิน

ฉะนั้น วันนี้ ไหนๆเราก็Add Stageกันเป็นแล้ว

เรามาใส่เพลงประกอบให้ฉากของเรากันดีกว่า!

 

วิธีการก็ไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญอะไร

ก่อนอื่นก็เลือกฉากที่เราต้องการจะใส่BGM และเลือกเพลงที่เราจะเอามาใช้เป็นBGMนะครับ

 จะใช้เพลงแบบไหนก็ได้ แล้วแต่ใจชอบไปเลย

แต่ถ้าให้แนะนำ ควรจะเป็นไฟล์ .mp3 (จริงๆไฟล์สกุลอื่นก็ได้ แต่ผมว่าเสียงมันไม่ดีเท่าไหร่)

และไม่ควรจะเป็นไฟล์ที่ชื่อยาว หรือไซส์ใหญ่มากจนเกินไปนะครับ

(เพราะมันอาจจะไปมีปัญหาเวลาโหลด)

 

หลังจากเลือกได้แล้ว ก่อนอื่นก็ให้นำไฟล์เพลงของเราไปไว้ในMUGENก่อนนะครับ

ซึ่งโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บไฟล์เพลงก็คือ โฟลเดอร์ "sound" ครับ

เวลาเอาเพลงไปใส่ในนี้ ก็โยนลงไปทั้งอย่างนั้นได้เลยนะครับ

 

หลังจากโยนไฟล์เพลงไปเก็บไว้ใน "sound" แล้ว

ต่อมาก็ให้เปิดไฟล์ .def ของฉากที่เราต้องการขึ้นมาด้วยโน้ทแพดนะครับ

หลังจากที่เราเปิดไฟล์ขึ้นแล้ว ให้เราลองหาส่วนที่มันเขียนแบบด้านล่างนี้นะครับ

[Music]
bgmusic = sound/
                           
bgvolume = 255

บางครั้งส่วนนี้มันอาจจะอยู่ผิดที่ผิดทาง แตกต่างกันบ้างแล้วแต่ไฟล์

แต่ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ไหน ก็จะต้องมีสองบรรทัดสำคัญนี้เหมือนกันหมดครับ

นั่นคือ bgmusic และ bgvolume

 

บรรทัดbgmusic จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับใส่เพลงของเรา

ซึ่งก็ให้เราพิมพ์แบบนี้นะครับ

 

bgmusic = sound/ชื่อไฟล์เพลง.mp3

 

เช่น ถ้าผมใช้เพลงชื่อ SKILL.mp3 ก็จะต้องพิมพ์แบบนี้ครับ

 

bgmusic = sound/SKILL.mp3

 

จากนั้นเราก็ไปดูที่บรรทัดถัดไปนะครับ

นั่นคือส่วนของbgvolume

ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ใช้เพิ่ม หรือลดระดับเสียงBGMของเรานะครับ

ซึ่งความดังสูงสุดนั้น จะอยู่ที่ 255 ครับ

และแน่นอนว่าเบาสุดก็คือ 0 (หรือก็คือไม่ได้ยินเลย)(ฮา)

สำหรับคนที่คิดว่าเสียงเพลงมันเบาหรือดังไป ก็ลองปรับขึ้นหรือปรับลงกันดูนะครับ

(ปรกติ ผมจะปรับไว้ที่ราวๆ160~180ทุกฉาก ขึ้นอยู่กับเพลง)

เผื่อบางคนไม่เก็ท เวลาพิมพ์ระดับความดัง ก็พิมพ์ตามนี้เลยนะครับ

 

bgvolume = 255

 

แล้วถ้าจะแก้ความดัง ก็แก้ที่ตัวเลขเอาได้เลยครับผม

 

ที่เหลือก็แค่ลองTestดูเท่านั้น เรียบร้อยแล้วครับ

สำหรับบางครั้ง ถ้าหากว่าเราAddไฟล์เพลงไปแล้ว

เพลงไม่ขึ้นบ้าง หรือเพลงกระตุกบ้าง

ก็ขอให้ลองเปลี่ยนชื่อไฟล์เพลงให้สั้นลงดูนะครับ

ถ้ายังไม่หาย ก็แนะนำว่าควรจะลองใช้พวกโปรแกรมแก้ไฟล์เสียง(เช่นGold wave)

แก้Attributes(ส่วนที่เป็นตัวกำหนดความถี่เสียง) ของเพลงดูนะครับ

โดยลองแก้ให้เหมือนกับเพลงอื่นที่เราลองแล้วเสียงออกดู เท่านี้ก็น่าจะใช้ได้แล้วครับ

 

แต่ถ้าทำขนาดนั้นแล้วยังมีปัญหาอีก

แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนไปใช้เพลงอื่นเลยดีกว่าครับ

เพราะว่ากันตามจริง MUGENเป็นโปรแกรมที่มีปัญหาเรื่องเสียงค่อนข้างมาก

บางครั้งก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมฉากนี้มันถึงไม่รันเพลง

(ทั้งๆที่เอาไปใช้กับฉากอื่น เพลงมันก็ขึ้นปรกติ)

หรือยิ่งถ้าเล่นแล้วเสียงกระตุกนี่ ยิ่งอันตราย เพราะสิ่งที่จะตามมาคือเกมแฮงก์ครับ(ฮา)

ถ้ายังไงก็ลองแก้ไข ปรับแต่งกันดูเองนะครับ

 

 

 

สำหรับตอนนี้ ก็คงจบลงเท่านี้แหละครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

ตอนนี้ผมอยู่ที่ญี่ปุ่น เวลาเข้าเวปของไทย หรือเข้าExteenมันเลยจะช้าๆบ้าง

ถ้าบล็อกผมมันอัพช้าเกินไป หรือยังไงก็กราบขออภัยไว้ตรงนี้ละกันเด้อ m(_ _)m

 

สำหรับตอนหน้า คิดว่าคงเป็นตอนสำคัญตอนสุดท้ายแล้ว

(ก่อนจะไปเริ่มพรีวิวตัวละคร หรือโพสเรื่องหยุมหยิม)(ฮา)

นั่นคือเรื่องของการเปลี่ยน Add-on นั่นเอง

ติดตามชมกันได้เลย (แต่ไม่รับประกันว่าจะอัพได้ในเร็ววัน)(ฮา)

 

ขอให้โชคดีทุกท่าน ขอขอบคุณอีกครั้งครับ ที่อุตส่าเข้ามาเยี่ยมชมกัน

edit @ 25 Apr 2010 19:01:27 by Huckbein