Comic Review: Sansya Sanyou

posted on 01 Nov 2013 18:04 by huckbein in Comic-Review

ข้อแนะนำก่อนดูรีวิว

การรีวิวนี้ เป็นเพียงการแนะนำการ์ตูนตามความรู้สึกของผู้เขียนเองเท่านั้น

โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่านนะจ๊ะ

 

三者三葉 (Sansya Sanyou)

ผู้เขียน: Cherry Arai (荒井チェリー)

สำนักพิมพ์: Manga Time Kirara Comics

ประเภท: การ์ตูน 4 ช่อง

จำนวน: 10เล่ม ยังไม่จบ

ปีที่ออก: 2003

Image

เรื่องย่อ:

โยโกะ คุณหนูแห่งตระกูลนิชิคาว่าอดีตมหาเศรษฐีต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวอย่างตกอับเพราะบริษัทของพ่อล้มละลาย

แต่อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้มีโอกาสทำความรู้จักกับฮายามะ นักเรียนจากต่างห้องโดยบังเอิญ

และตามมาด้วยนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ฟุตาบะ จนได้เป็นเพื่อนสนิทกัน

และจากการพบพานกันนี้ ก็ได้ทำให้ชีวิตของคุณหนูโยโกะที่เคยโดดเดียวค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป

เรื่องราวชีวิตประจำวันอันแสนสนุกของ3สาวต่างขั้ว ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

แนะนำตัวละคร:

Image

โอดะกิริ ฟุตาบะ (小田切双葉)

นักเรียนใหม่ สาวน้อยผู้ร่าเริงและกินจุ หนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง

รักการกินมากจนน่าเรียกได้ว่า อยู่เพื่อกินจริงๆ ไม่ใช่กินเพื่ออยู่

ฝีมือการครัวก็ไม่ธรรมดาเพราะต้องคอยสนองนี๊ดตัวเองอยู่ตลอดเวลา

No food! No life! (เอ๊ะ… ก็เรื่องปกตินี่หว่า…)

Image

ฮายามะ เทรุ (葉山照)

หัวหน้าห้องผู้รักสัตว์ทุกชนิด อีกหนึ่งตัวละครหลักของเรื่อง

ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้องเพราะอิมเมจเด็กแว่นผูกเปีย

แม้ดูภายนอกจะเหมือนสาวน้อยผู้โอบอ้อมอารี แต่ตัวจริงคือปีศาจร้ายในคราบลูกแกะ

ใครไปทำให้เธอโกรธอาจจะโดนโจมตีด้วยวาจาเสียดแทงจนกระอักเลือดได้…

Image

นิชิคาว่า โยโกะ (西川葉子

อดีตคุณหนูบ้านมหาเศรษฐีผู้ตกอับ ตัวละครหลักคนที่3ของเรื่อง

แม้ชีวิตจะตกอับจนต้องกินขอบขนมปังแทนข้าว แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายลูกเศรษฐี

คำพูดคำจาและกริยาท่าทางยังคงเป็นคุณหนูเต็มขั้นไม่เปลี่ยนแปลง

ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีเพื่อนร่วมห้องซักคน (เพราะอยู่คนละห้องกับฮายามะและฟุตาบะ)

แต่หลังจากได้รู้จักกับฮายามะและฟุตาบะ ก็ดูจะเข้มแข็งและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทุกวัน

สู้เค้าต่อไป อย่ายอมแพ้นะ คุณหนูโยโกะ!

Image

ยามาจิ มิทสึงุ (山路充嗣)

อดีตซุปเปอร์พ่อบ้านแห่งตระกูลนิชิคาว่า ฉายา ยามะG

หลังจากที่ตระกูลนิชิคาว่าล้มละลายก็กลายเป็นคนตกงาน ต้องหางานพิเศษทำอยู่ตลอด

แต่ก็ยังคอยตามดูแลทำหน้าที่พ่อบ้านให้แก่คุณหนูโยโกะอยู่ตลอดเหมือนเดิม

มีฝึมือเก่งในทุกๆด้าน แต่ก็ออกจะโอเวอร์เรื่องคุณหนูมากเกินไป จนบางทีก็ดูเหมือนพวกโรคจิตอยู่เหมือนกัน

Image

โซโนเบะ ชิโนะ (園部篠)

อดีตซุปเปอร์แม่บ้านแห่งตระกูลนิชิคาว่า ปัจจุบันเปิดกิจการร้านเค้กอยู่ตัวคนเดียว

เป็นคนชอบเรื่องสนุกและเด็กสาวม.ปลายอย่างที่สุด และมักจะเพลินเพลินกับความทุกข์ของคนอื่นอยู่บ่อยๆ

โดยเฉพาะกับคุณหนูโยโกะที่จ้างมาเป็นพนักงานพิเศษที่ร้าน เลยมักจะทะเลาะกับยามะGเป็นประจำ

ทำหน้าเหมือนปลาตายอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ดูจะร่าเริงผิดกับที่เห็น

ดูเผินๆเหมือนจะยังอายุไม่ถึง20 แต่ความจริงแล้ว…..

Image

ฮายามะ โค (葉山光)

พี่สาวผู้แสนใจดีของเทรุ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

แลดูอย่างกับนางฟ้า แต่ความจริงแล้วเป็นตัวอันตรายไม่แพ้เทรุเหมือนกัน…

คือคำพูดคำจาและกริยาท่าทางดูอ่อนน้อม แต่บางทีก็เผลอพ่นระเบิดใส่ใครได้ง่ายๆเหมือนกัน

จุดที่ต่างกับเทรุคือ เธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าไอ้ที่พูดรึทำไปนั่นมันไปทำร้ายใครเข้ารึเปล่า…

มีฝีมือทำอาหารที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ อาหารที่เธอทำอาจจะปลิดชีวิตหรือช่วยชีวิตใครก็ได้ แล้วแต่ดวง…

Image

นิชิยามะ เซรินะ (西山芹奈)

เพื่อนร่วมชั้นของฟุตาบะและฮายามะ คู่แข่ง(คิดไปเอง)ของฮายามะ

ไม่ชอบหน้าฮายามะที่เป็นหัวหน้าห้อง เพราะทำอะไรก็ได้ดีกว่าตัวเองอยู่เสมอ

เลยมักจะแว้งกัดอยู่ตลอด แต่ก็โดนฮายามะตอกกลับจนหน้าหงายประจำ

ความจริงแล้วมีรสนิยมรักสัตว์เหมือนกับฮายามะ ช่วงหลังๆเลยเริ่มจะยอมดีด้วยบ้างเหมือนกัน

(แต่ก็ยังซึนไม่เลิก จนชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นมาโซกันหมดแล้ว)

Image

คนโด้ อาซาโกะ (近藤亜沙子)

เพื่อนร่วมชั้นของฟุตาบะและฮายามะ เพื่อนสนิทของนิชิยามะ

คอยติดตามนิชิยามะ และพยายามช่วยเหลือ คอยพูดเข้าข้างอยู่ตลอดเวลา

แต่ด้วยความที่สกิลการพูดเข้าข้างของเธอนั้นต่ำติดดินสุดๆ

เลยมักจะเผลอโยนระเบิดใส่นิชิยามะซ้ำจนลุกไม่ขึ้นอยู่บ่อยๆ…

Image

ซึจิ ฮาจิเมะ (辻一芽)

นักเรียนชายจากต่างโรงเรียน คู่แข่ง(คิดไปเอง)ของฟุตาบะ

มีความสามารถเฉพาะตัวคือการกินจุ แต่นอกจากนั้นแล้วก็หาอะไรที่โดนเด่นไม่ได้เลย

แถมเรื่องกินจุก็ยังแพ้ฟุตาบะอีก เลยทำตัวเป็นอริกับฟุตาบะอยู่ตลอด

แอบชอบฮายามะอยู่ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตัวจริงของฮายามะนั้นเป็นยังไง…

ซึจิเอ้ย… จงอยู่อย่างเข้มแข็งเถอะ…

Image

ซึจิ ซาซาเมะ (辻小芽)

เพื่อนร่วมชั้นของคุณหนูโยโกะ น้องสาวของฮาจิเมะ

เป็นห่วงเป็นใยพี่ชายและคอยเอาใจช่วยอยู่ตลอด เลยไม่ถูกกับฟุตาบะที่ชอบมารังแกพี่(คิดไปเอง)

แอบปลื้มคุณหนูโยโกะอยู่ และอยากทำความสนิทสนมด้วย

แต่ด้วยอุปนิสัยขี้กลัว+ค่อนข้างลุกลี้ลุกลน เลยยังไม่คืบหน้าไปไหนซักที

Image

ทาเคะโซโนะ ยู (竹園優)

คุณหนูลูกเศรษฐีแห่งตระกูลทาเคะโซโนะ รู้จักกับคุณหนูโยโกะมาตั้งแต่ยังเด็ก

และอดีตเคยสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยแม้อายุจะค่อนข้างห่างกันก็ตาม

แต่คุณหนูโยโกะคิดว่าเป็นแค่คำพูดเล่นๆของเด็ก เลยไม่ได้คิดอะไร

ปัจจุบันก็ยังคอยตามจีบคุณหนูโยโกะ คอยเอาโน่นเอานี่มาให้อยู่ตลอด

โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังเห็นตัวเองเป็นแค่ถุงเงินเดินได้มากกว่า…

Image

อุซุดะ ซากุระ (臼田桜)

ลูกพี่ลูกน้องของฟุตาบะ เพื่อนร่วมชั้นของยู

อุปนิสัยน่ารัก ร่าเริง และความมั่นใจในตัวเองสูงมากเกิน จนเข้าขั้นหลงตัวเอง

มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือจะเป็นไอด้อลชื่อดังและใช้ชีวิตอย่างร่ำรวย

หลงรักยู(พูดให้ถูกคือทรัพย์สินของยูมากกว่า) เลยพยายามตามจีบคุณหนูยูสุดที่รักอยู่ทุกวัน

…โดยที่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเล่นด้วยรึเปล่า…

Image

นิชิคาว่า โคเซย์ (西川孝清)

พ่อของคุณหนูโยโกะ ผู้ดีตกอับ ปัจจุบันออกเดินทางหาเงินตามลำพังและคอยส่งเงินมาให้โยโกะอยู่เรื่อยๆ

ทำงานหลายประเภท แต่ก็เบื่อง่ายเลิกเร็ว แถมงานแต่ละงานที่รู้มานั้นมีแต่งานน่าสงสัยทั้งนั้น…

พูดตามตรงคือเป็นผู้ใหญ่หัวใจเด็ก ทำตัวไม่ค่อยสมเป็นพ่อคนเท่าไหร่จนคุณหนูโยโกะเองก็ถอดใจ

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังคอยเป็นห่วงลูกสาวตัวเองอยู่เหมือนกัน นานๆทีเลยกลับมาหาบ้าง

(แม้ว่ากลับมาแต่ละทีจะไม่ได้มีเรื่องดีๆ แถมพาลทำให้คุณหนูโยโกะกับยามะGย่ำแย่อยู่ประจำก็เหอะ)

 

คอมเมนท์ส่วนตัว:

อ.เชอร์รี่ อาราอิ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้นั้นเป็นนักเขียนที่อยู่กับสำนักพิมพ์Manga Timeมานานมากที่สุดท่านหนึ่ง

และการ์ตูนเรื่องซังฉะซังโยนี้ ก็เป็นการ์ตูนที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารManga Time Kiraraมาตั้งแต่เล่มแรกสุด

และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันซึ่งก็ยังไม่จบ จนเป็นการ์ตูนที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดของนิตยสาร คือนานถึง10ปี

จนน่าจะพูดได้ว่า อ.เชอร์รี่ อาราอิผู้นี้เป็นดั่งอ.โทริยามะ(ผู้เขียนดราก้อนบอล)แห่งนิตยสารManga Time Kirara

เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่อ่านนิตยสารManga Time Kirara จะต้องรู้จักและได้ผ่านตางานของอ.ท่านนี้แน่นอน (ที่ญี่ปุ่นน่ะนะ)

Image

ในส่วนเนื้อหาของการ์ตูน ก็น่าจะพูดได้ว่านี่เป็นการ์ตูนที่เป็นต้นแบบให้กับการ์ตูนแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆในนิตยสารเดียวกันเลย คือเป็นการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันที่BasicและSimpleสุดๆ

แม้ว่าการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันในทุกวันนี้ จะมีหลากหลายแนว คือมีการนำธีมเรื่องต่างๆเข้ามาผสมผสาน

เช่นโลลิ ฮาเร็ม แฟนตาซี ไซไฟ สาวน้อยเวทมนต์ มนุษย์ต่างดาว โยวไค และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งช่วยให้เนื้อหาของการ์ตูนและตัวละครในเรื่องดูน่าดึงดูดและจดจำได้ง่ายมากขึ้น

แต่การ์ตูนเรื่องซังฉะซังโยนี้ กลับไม่ได้มีส่วนผสมเพิ่มเติมที่พิลึกพิสดารอะไรเลย

ตัวละครทุกคนในเรื่องล้วนเป็นแค่คนธรรมดา(ที่ดูไม่ธรรมดาบ้างในบางส่วน)ทั้งสิ้น

เพียงแต่แต่ละคนนั้นมีจุดเด่นและปมด้อย หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจนมาก

มากพอที่จะให้ผู้อ่านจดจำตัวละครแต่ละตัวได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งส่วนประกอบพิเศษอะไรเลย(เช่นหูแมวอะไรพวกนั้น)

การดำเนินเนื้อหาในเรื่องก็ทำได้ดี ไม่มีจุดที่รู้สึกติดขัดอะไร

สามารถดึงเอาปมเด่นด้อยของแต่ละคนมาใช้ในแต่ละตอนได้อย่างเรียบง่ายแต่ก็ชาญฉลาด

จุดยืนของตัวละครในแต่ละเรื่องก็วางได้ลงตัวดี แม้จะมีตัวละครมากแต่ก็หมุนเวียนบทได้ค่อนข้างทั่วถึง

และความสัมพันธ์ของตัวละครหลักกับตัวละครอื่นๆในเรื่องก็เปลี่ยนแปลงให้เห็นแบบช้าๆ

ไม่ใช่คบกันยังไงก็คบกันยังงั้นตลอด และก็ไม่ใช่ปุบปับก็ญาติดีเป็นซี้กันเลย

ช่วยให้เนื้อหามีความเปลี่ยนแปลงบ้างไม่ตายตัว อ่านได้สนุกอยู่ตลอดเวลา

บางทีก็มีการทิ้งปมเล็กๆไว้ในท้ายตอนของแต่ละตอนบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกอยากที่จะติดตามตอนต่อไป

แต่ก็ไม่ได้มากจนเกินไป จนทำให้คนที่รออ่านรู้สึกกระวนกระวายว่าเมื่อไหร่กูจะได้อ่านต่อซักที

เพราะเป็นการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันที่เน้นอ่านสนุกๆสบายๆ มากกว่าเน้นความตื่นเต้น

Image

สรุปโดยรวมแล้ว นี่เป็นการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันแบบโอโด(王道) คือเป็นการ์ตูนที่เดินทางสายหลักของแนวนี้จริงๆ

และก็ทำได้สมบูรณ์สุดๆในแง่ของการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันด้วย สามารถอ่านสนุกเพลิดเพลินได้ทุกเวลา

โดยส่วนตัวแล้วผมก็แฟนผลงานของอ.เชอร์รี่อยู่ด้วย

และการ์ตูนเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดเรื่องหนึ่งของอ.เอง

หรือแม้จะเทียบกันในบรรดาการ์ตูน4ช่องของอ.ท่านอื่นๆ การ์ตูนเรื่องนี้ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเรื่องไหนๆเลย

ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันขำขัน4ช่องแล้วล่ะก็ นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำครับ

ImageImageImage

 

ความประทับใจ: เกรด S

การ์ตูน4ช่องแนวชีวิตประจำวันสายหลักที่ไม่เลือกผู้อ่าน อ่านเมื่อไหร่ก็สนุกเมื่อนั้น ไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะครับ

Comment

Comment:

Tweet